"เจสซี่..."
"หื้ม? ตื่นแล้วเหรอไทกะ" หันไปมองอีกคนที่เข้ามากอดเขาจากด้านหลัง ดูจากท่าทางก็รู้แล้วว่าเพิ่งตื่น.. หน้าง่วงๆกับน้ำเสียงงุ้งงิ้งเวลาเข้ามาอ้อน เจ้าตัวจะรู้มั้ยนะว่ามันดูน่ารักน่าจูบขนาดไหน
"อื้ม.. ง่วง.." ซุกที่หน้าอกเมื่อเจสซี่หันมา จมูกเล็กๆของไทกะถูไถไปมาเล่นทำเอาเขารู้สึกจั๊กจี้นิดๆ
"หึหึ ง่วงก็ไปนอนสิ"
"ไม่.. อยากกินข้าวเช้าฝีมือเจสซี่.." พูดด้วยน้ำเสียงงึมงัมทั้งที่ๆหน้าเองก็ซุกอยู่ที่อกเขา แขนเองก็กอดเขาแน่นเหมือนกัน.. เวลาอ้อนนี่น่ารักจริงๆเลยนะ
"ครับๆ.."
"..เจสซี่" เรียกร่างสูงให้ก้มลงมาสบตา ร่างเล็กของคนในอ้อมกอดเขย่งปลายเท้าขึ้น โน้มคอคนตัวสูงลงมาพร้อมกับจูบที่ปลายคางแผ่วเบา เลื่อนขึ้นไปที่ริมฝีปากแล้วผละออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินหายไปที่ห้องน้ำ
อย่างงี้ทุกที.. ชอบมาอ้อน มาทำให้อยาก แล้วก็จากไปดื้อๆ...
.
.
.
เขาชื่อ"ไทกะ" ส่วนนามสกุลอะไรผมไม่ได้สนใจ เขาบอกให้ผมเรียกเขาแค่นั้น
ผมเจอเขาครั้งแรกที่บาร์แถวชิบุย่า มันก็เหมือนวันปกติทุกครั้งที่ผมมักจะไปดื่มกับเพื่อนในกลุ่มหลังสอบเสร็จ
ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ผมรู้สึกได้ถึงบางอย่าง พอเงยหน้าขึ้นมาผมก็สบตากับเขาพอดี..
เขากำลังนั่งดื่มอยู่ที่ส่วนของบาร์ ร่างบอบบางในชุดสูทสีดำสนิททั้งตัวนั่งไขว่ห้างหันมาทางผม พร้อมกับมือเรียวที่ถือแก้ววอดก้าจิบไปด้วย
ดูจากสภาพก็รู้ว่ากำลังเมาได้ที่..
เพราะดวงตาของเขาช่างเย้ายวนเต็มไปด้วยความหลงใหล
พร้อมๆกับสิ่งที่เรียกว่า "แรงดึงดูด" เกิดขึ้นมาที่ตัวของเราทั้งคู่..
ผมตกหลุมรัก.. มั่นใจว่าไม่เคยใจเต้นแรงขนาดนี้มาก่อน
พร้อมกับความคิดที่อยากจะครอบครองก็เกิดขึ้นมาในหัวของผมด้วย..
เขากัดริมฝีปากล่างของตัวเองราวกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่าง พร้อมกับกระดกแก้ววอดก้าอึกใหญ่ กระแทกแก้วลงกับโต๊ะ แล้วจึงลุกออกจากโต๊ะไปด้านนอกร้าน
ผมเองก็ไม่รอช้าที่จะเดินตามเขาไป..
พอสบโอกาส ผมก็ประชิดถึงตัวเขา กระชากร่างบางเข้าไปมุมตึกแคบๆกักขังเขาไว้ด้วยแขนของผม
เขาดูมีทีท่าที่ดูไม่ตกใจอะไรเลย เหมือนกับว่าเขารู้อยู่แล้ว ว่ายังไงผมก็ต้องตามเขามา..
คนสวยตรงหน้าผมยกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์ ดวงตากลมโตช่ำเยิ้มแวววาวเต็มไปด้วยความปรารถนา พร้อมกับแขนเรียวที่ยกขึ้นโน้มคอผมลงมาแล้วจู่โจมจูบผมอย่างไม่ทันตั้งตัว..
นั่นคือจูบครั้งแรกของผมและเขา
ริมฝีปากนุ่มยุ่นของเขาราวกับขนมมาชเมลโล่ แต่รสชาติของจูบกลับหอมหวานเหมือนน้ำผึ้งถึงแม้ว่าจะแฝงไปด้วยรสขมของวอดก้าที่เขาดื่ม หรือเบียร์ที่ผมดื่มก็ตามที
ต่างคนต่างไม่ยอมแพ้.. ผมจูบตอบกลับเขา และดูเหมือนว่าเขาเองก็พึงพอใจกับจูบของผมเหมือนกัน
จากที่ตอนแรกอยู่ในท่าโน้มคอ ผมช้อนตัวเขาลอยขึ้นมา ดันแผ่นหลังบางติดกับกำแพงพร้อมๆกับขาเรียวของเขาที่ยกขึ้นมาเกี่ยวเอวผม.. มือที่เคยโน้มคอก็เปลี่ยนมาขยุ่มเส้นผมของผมตามแรงอารมณ์ เขาส่งเสียงครางเบาๆเหมือนกับแมว เมื่อเขารู้สึกพอใจในสิ่งที่ผมกำลังป้อนให้..
และสุดท้าย.. ทุกอย่างของค่ำคืนนั้น ก็จบลงที่เตียงที่คอนโดของผม...
ผมจำไม่ได้ว่ากิจกรรมร้อนแรงของเราสองคนดำเนินไปนานเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยตื่นขึ้นมาก็พอจะรับรู้ถึงความแสบที่แผ่นหลัง จากรอยข่วนเป็นจำนวนมากด้วยฝีมือของเขา
และหลังจากวันนั้นเขาก็กลายเป็น
"แมว" ของผม
แถมยังเป็นแมวจรจัดเสียด้วยสิ..
ถึงแม้เราจะอยู่ด้วยกัน แต่บางครั้งก็เป็นเขาเองที่มักจะหายออกไปจากห้อง แล้วหลังจากนั้นไม่นานเขาก็จะกลับมา..
ผมไม่เคยถามเขาว่าเขามักจะหายไปไหน เพราะเขาเองก็ไม่เคยคิดจะบอก ผมเองก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขา.. ตราบใดที่เขาไม่หายไปนานเกิน สุดท้ายเขาก็จะกลับมาหาผมอยู่ดี...
ผมถึงได้บอกไงว่าเขาน่ะเป็นแมว...
.
.
.
ความรู้สึกสั่นครืดเกิดขึ้นในกระเป๋า พอหยิบขึ้นมา ก็ปรากฎเบอร์โทรศัพท์ที่คอนโดของเขาขึ้นมา
"ว่าไงครับ"
「เจสซี่.. วันนี้จะกลับบ้านกี่โมง..」
"ถึงห้องก็ประมาณห้าโมงครับ.. มีอะไรเหรอ"
「..มะเขือเทศในห้องหมดแล้ว.. อยากกินมะเขือเทศ..」
"เข้าใจแล้วครับ ขากลับจะแวะซื้อให้"
「ครีมโซดาในห้องก็จะหมดแล้วด้วย อย่าลืมซื้อมานะ」
"ครับๆ ไม่ลืมหรอกครับ"
เจสซี่ขำ ที่แท้ก็โทรมาจะให้ซื้อของเข้าห้องนี่เอง แถมยังมีแต่ของโปรดของตัวเองด้วยนะ หึหึ
「เจสซี่.. รีบกลับมาไวๆนะ..」
"..ครับ แล้วจะรีบกลับนะ"
"คุยกับใครวะ?" เพื่อนสนิทอย่างโคจิ ยูโกะถามขึ้น เมื่อเขาเห็นไอเพื่อนร่างโย่งเอาแต่ยิ้มตลอดเวลาที่คุยกับคนในสายจนกระทั่งมันวางสายเนี่ยแหละ
"แมว"
"ห้ะ? แมว??"
"เออ แมว"
"แมวบ้านเมิงนี่เก่งเนอะ โทรศัพท์ได้ด้วย" ทำหน้าเหนื่อยหน่ายกับคำตอบเพี้ยนๆของเพื่อน ในเมื่อมันไม่ยอมบอก เขาเองก็จะไม่เซ้าซี้ถามมันให้เหนื่อยหรอก
แมวบ้านไหนมันจะโทรศัพท์ได้..?
จริงๆแล้วซุกหญิงไว้ในห้องก็บอกมาเถอะครับ...
มามงมาแมวอะไรของเมิงวะครับลูอิส เจสซี่.. ตลก!!
.
.
.
.
"กลับมาแล้ว"
คนตัวสูงเปิดประตูเข้ามา ในมือถือถุงที่ซื้อของมาจากซุปเปอร์ น่าแปลกที่เขาไม่ได้ยินเสียงของร่างบางที่อยู่ในห้อง
หรือว่าจะออกไปข้างนอก?
เจสซี่เดินเข้ามาในส่วนของครัว เก็บของทุกอย่างที่ซื้อมาแช่เข้าตู้เย็น โยนกระเป๋าหนังสือไว้ที่เคาท์เตอร์ พร้อมกับหยิบโคล่ากระป๋องที่แช่อยู่ในตู้เย็นออกมาดื่ม ก่อนจะเพิ่งสังเกตเห็นถึงบางอย่างที่โซฟาตัวยาวตรงส่วนของห้องนั่งเล่น
กลุ่มเส้นผมสีดำของอีกคนโผล่พ้นออกมาจากโซฟาตัวใหญ่ เจสซี่ยกยิ้มมุมปาก.. ถ้ามองจากส่วนครัวที่เขาอยู่ตอนนี้ ก็จะมองไม่เห็นถึงร่างบางของอีกคนในห้องหรอกถ้าไม่สังเกตให้ดี
ร่างสูงเดินอ้อมมายื่นมองร่างบางของอีกคนที่ตอนนี้ส่วมเสื้อบาสสีน้ำเงินตัวใหญ่โคร่งของเขานอนหลับสนิทอยู่ที่โซฟา.. ดูท่าว่าเจ้าตัวคงจะเผลอหลับไประหว่างที่กำลังอ่านนิยายเชอล็อคโฮมอยู่ จากที่เห็นหนังสือเล่มหนาผาดวางปกปิดใบหน้าหวานของเจ้าตัวไปกว่าครึ่ง..
ที่แท้ก็แอบมาหลับตรงนี้นี่เอง..
เจสซี่หยิบหนังสือออกแล้ววางมันไว้ที่โต๊ะแถวนั้น ใบหน้าหวานของไทกะยามหลับสนิทดูเหมือนเด็กน้อย เส้นผมสีดำยาวกระจายตัดกับสีขาวของโซฟาตัวใหญ่ ผิวขาวอมชมพูตัดกับเสื้อสีน้ำเงินดูผุดผ่องถึงแม้ว่าในห้องจะมืดสลัวๆก็ตามที
ต่อให้ร่างบางจะไม่ได้แต่งหน้าอะไร แต่ทว่าไทกะก็ยังดูสวยอยู่เสมอในสายตาของเขา..
"..อื้อ.." เสียงงึมงัมดังขึ้นจากคนที่นอนอยู่ เมื่อเขารู้สึกได้ถึงสัมผัสจั๊กจี้ที่ถูกรุกล้ำข้างแก้ม จมูกโด่งของเจสซี่วนเวียนอยู่ที่ข้างแก้มของเขา.. พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นคนตัวโตคร่อมเขาอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว
"ตื่นแล้วเหรอครับคนขี้เซา"
"อื้อ.. เจสซี่.." พอจะลุกขึ้น ก็โดนคนตรงหน้ากดให้ลงไปนอนราบกับโซฟาอีกครั้ง ดวงตากลมโตหลี่มองอีกคนด้วยท่าทีขัดใจ
"ว่าไงครับคนขี้เซา?"
"ไม่ได้ขี้เซาสักหน่อย.. แค่เผลอหลับไปตอนอ่านมิสเตอร์โฮมเท่านั้นเอง.."
"อ่านออกด้วยเหรอหื้ม? ภาษาอังกฤษทั้งเล่มเลยนะ"
"ก็พออ่านออก.. ไม่เข้าใจคำไหนก็เปิดดิกเอา" เจสซี่ขำ เมื่อคนตัวบางข้างใต้พูดถึงวิธีอ่านหนังสือ
"หึหึ ถ้าอ่านไม่ออกก็บอก คราวหน้าจะอ่านให้ฟัง.."
"..อื้อ.." ครางออกมาเมื่อคนด้านบนใช้จมูกโด่งซุกไซ้ที่ข้างแก้ม.. ผมบอกแล้วว่าเขาน่ะเหมือนแมว..
"แล้วทำไมใส่เสื้อตัวนี้ ไม่หนาวเหรอ" พูดจบก็ก้มลงสำรวจร่างบางอีกคนให้ทั่ว.. แค่เสื้อบาสตัวเดียวก็แทบจะคลุมตัวอีกคนได้ทั้งตัว เขาจึงไม่แปลกใจถ้าว่าจะเห็นแค่เรียวขาขาวเนียนโผล่ออกมาจากชายเสื้อ
"ไม่หนาวหรอก.. แล้วอีกอย่างก็ชอบเสื้อตัวนี้ด้วย.. ชอบกลิ่นของเจสซี่.." ไม่ว่าเปล่า มือบางยกคอเสื้อขึ้นมาแตะจมูกแล้วสูดหายใจเข้า
เจสซี่ยิ้ม.. ก่อนที่เขาจะคิดได้ว่าไทกะกำลังสวมและดมกลิ่นเสื้อของเขาอยู่
เสื้อที่ใหญ่กว่าร่างบางของไทกะตั้งหลายไซต์ เสื้อตัวที่เขาชอบใส่นอน เสื้อที่มีกลิ่นของเขาติดอยู่ แล้วก็ยังเป็นเสื้อที่ทำให้ไทกะมีกลิ่นเหมือนเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ให้ตายเถอะ..
"... เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ได้นอนหรอก"
"ไม่กลัวอยู่แล้ว.. จริงมั้ย?" ยกยิ้มที่มุมปาก แขนเรียวยกขึ้นโอบแผ่นหลังของคนด้านบนพร้อมกับเล็บยาวที่จิกลงหลังหนา ปัดป่ายไปมาตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่นขึ้นอย่างช้าๆ..
.
.
.
.
"คิดอะไรอยู่เหรอ" ถามคนตัวบางที่นอนทับเขาอยู่ด้านบน ใบหน้าหวานแดงก่ำนอนซบอยู่ที่อกเขาในตอนแรกผงกหัวขึ้นมาสบตากัน นิ้วยาวเกี่ยวผมที่เปียกชื่นทัดหูให้ พร้อมกับกดจูบหนักๆลงไปที่ริมฝีปากของไทกะ
"ก็แค่.. คิดว่า ถ้าวันหนึ่งฉันไม่มีเจสซี่อยู่ด้วย.. ฉันจะอยู่ได้มั้ย.."
"รักฉันเข้าแล้วสิท่า?"
"ก็คงงั้น"
"ใจร้ายจัง"
"เปล่าสักหน่อย" หัวเราะเสียงใส ก่อนที่จะจูบเบาๆที่ปลายคางของคนตัวใหญ่
"แต่ว่านะ.. ถ้าวันหนึ่งฉันไม่มีไทกะอยู่ด้วย.. ฉันก็คงอยู่ไม่ได้"
"เจสซี่.."
"ฉันรักไทกะนะ.. รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน.."
"เพราะงั้นอย่าจากฉันไปไหนเลยนะ.." กดจูบไปที่เปลือกตาของอีกฝ่าย สัมผัสที่เนิ่นนานเล่นทำเอาไทกะเผลอครางออกมาด้วยความเปี่ยมสุข..
ถ้าให้เลือกได้ เขาเอง.. ก็ไม่อยากจากความอบอุ่นนี้ไปเหมือนกัน..
.
.
.
เขาว่ากันว่าแมวมักจะมีเก้าชีวิต.. และไทกะของผมเองก็เหมือนกัน..
อย่างที่ผมบอกเสมอ.. ว่าเขาน่ะเหมือนแมวจริงๆ
ทั้งขี้เซา ขี้อ้อนเป็นบางครั้ง รักอิสระและโดดเดี่ยว..
ผมไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย จนกระทั่งหลังจากคืนนั้น..
ชื่อจริงๆของเขาคือ "เคียวโมโตะ ไทกะ" และเขาอายุมากกว่าผมสองปี
ผมรู้ชื่อจริงของเขาจากขวดยาที่ตกกระจายอยู่ใต้เตียง ..
และเขาเป็นโรคหัวใจ
นั่นคือสาเหตุว่าทำไมเขาถึงมักจะหายตัวไปเสมอ..
เมื่อผมลองโทรไปที่โรงพยาบาลตามที่อยู่บนขวดยา ถึงได้รู้ว่าเขากำลังอยู่ในช่วงขอรอรับบริจาคหัวใจ..
ทำไมเขาถึงไม่ยอมบอกผม.. ?
"ก็แค่.. คิดว่า ถ้าวันหนึ่งฉันไม่มีเจสซี่อยู่ด้วย.. ฉันจะอยู่ได้มั้ย.."นั่นคือคำบอกรักของไทกะ..
ถ้ารู้ว่านั่นจะเป็นคืนสุดท้ายที่จะมีเขาอยู่ในอ้อมกอด ผมจะกอดเขาให้นานกว่านี้..
ผมเคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมไทกะไม่เคยพูดว่ารักกับผม แต่เขามักจะเข้ามากอดผมแน่นๆ ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของผมตลอดถ้าเขาทำได้
「ลูอิส เจสซี่คือเด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มสดใสและอบอุ่นเหมือนพระอาทิตย์ยามเช้า และแน่นอนว่าผมตกหลุมรักเขา..
แต่ด้วยโรคที่ผมเป็นอยู่ทำให้ต้องอดไปมหาลัยเสมอ จนในที่สุดคุณพ่อก็ตัดสินใจให้ผมลาออกจากมหาลัย
การที่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในโรงพยาบาล โดยที่ไม่ได้เจอเขานั่นเป็นหนึ่งเรื่องแย่ที่สุดในชีวิต
ผมตัดสินใจหนีออกจากโรงพยาบาล ใช้เงินเก็บที่พอมีเหลือในบัญชีส่วนตัวย้ายมาเช่าห้องอยู่ใกล้ๆเจสซี่..
อย่างน้อยการที่ได้มีเขาอยู่ในสายตา นั่นดีกว่าการที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นไหนๆ ถึงแม้ว่าจะต้องแลกกับการใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น และไปหาหมอที่โรงพยาบาลใกล้ๆนี้ให้บ่อยกว่าเดิมก็เหอะนะ」
เจสซี่ค่อยๆเลื่อนอ่านบันทึกมากมายที่มีอยู่ในมือถือของไทกะ..
ทั้งๆที่คนตัวเล็กนี้อยู่ใกล้เขาขนาดนี้ ทำไมเขาถึงไม่เคยมองเห็น..
ถ้าเขาสังเกตเห็นตั้งแต่แรก.. เรื่องราวของเราคงไม่ต้องมาเป็นแบบนี้..
อย่างน้อยไทกะก็คงไม่ต้องอดทนหรือพยายามมากมายถึงเพียงนี้
「ช่วงนี้อาการของผมแย่ลง.. มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากทั้งๆที่หลายๆอย่างกำลังไปได้สวย..
หมอบอกว่าถ้าผมไม่เข้ารับการผ่าตัดหัวใจ อีกไม่นานผมก็จะตาย.. แต่ก็ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่เหมือนกัน ที่ผมจะได้รับบริจาคหัวใจ.. ผมยังไม่อยากตาย」
「การที่ได้เป็นที่รักของใครสักคนยอมเป็นเรื่องที่มีความสุข.. ผมมีความสุข.. มีความสุขที่ได้ยินว่าเจสซี่รักผม..
ทั้งๆที่มีคำพูดมากมายที่ผมอยากจะบอกเขา อยากจะบอกว่า ผมเองก็รักเขาเหมือนกัน แต่ผมกลับทำไม่ได้
ผมไม่อยากทำร้ายเขา..
คำว่ารักของผมไม่ควรเป็นสิ่งที่จะต้องทำให้เจสซี่เจ็บปวดยามที่ผมจากไป..」
「ฉันรักเจสซี่.. อาจจะไม่ได้รักตลอดไป แต่ก็รักเสมอมา... รัก..」
บันทึกหน้าสุดท้ายในมือถือจบลง.. พร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลออกมา..
ร่างสูงของเจสซี่มองร่างของเจ้าของมือถือที่ตอนนี้กำลังนอนหลับเพราะฤทธิ์ของยาสลบ
ใบหน้าหวานที่เคยเปล่งปลั่งกลับซีดลงอย่างเห็นได้ชัด..
จากปกติที่เคยมีนิยายเล่มโปรดวางอยู่เสมอกลับกลายเป็นเครื่องช่วยหายใจที่ใส่อยู่พร้อมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์มากมายที่เขาไม่รู้จัก
ได้โปรดเถิดที่รัก..
ถ้าหากคุณเป็นแมวจริง.. ได้โปรดฟื้นขึ้นมาหาผม..
แล้วชีวิตที่เหลือของคุณ ต่อจากนี้ผมจะเป็นคนดูแลให้เอง...
.
.
.
.
"เจสซี่.. อยากกลับบ้านแล้ว.."
"เสียใจด้วยครับ คุณหมอยังไม่อนุญาตให้ไทกะกลับน่ะ" คนตัวสูงหลุดขำออกมา เมื่อคนป่วยบนเตียงหลี่ตามองเขา ทำสีหน้ากระเง้ากระงอดด้วยความไม่พอใจ
เป็นโชคดีของไทกะที่สามารถผ่านพ้นรอดจากคืนที่แสนบีบคั้นหัวใจเขาคืนนั้นมาได้..
เกือบจนวินาทีสุดท้ายที่คุณหมอเกือบจะตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจออกจากร่างบาง เพราะว่าหัวใจของเจ้าตัวนั้นค่อยๆหยุดเต้นไปอย่างช้าๆ
อีกเพียงแค่นิดเดียว.. คลื่นหัวใจของไทกะก็เกือบจะกลายเป็นกราฟเส้นตรงโดยสมบูรณ์ แต่เพียงแค่เสี่ยววินาทีที่หัวใจของเจสซี่เกือบสลาย เสียงเรียกของพยาบาลปลุกเขาและทุกคนในห้องพักผู้ป่วย บอกว่ามีคนไข้ที่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เซ็นต์ชื่อยินยอมขอบริจาคหัวใจให้พอดี..
ขอบคุณพระเจ้าที่ยังทรงโปรดเมตตาคืนไทกะให้กลับเขา..
และอย่างที่บอก.. ว่าร่างบางตรงหน้าเขานี่เป็นแมวจริงๆ
"ไม่ชอบกลิ่นโรงพยาบาลเลย.. มีแต่กลิ่นยาเต็มไปหมด.." ซุกหน้ากับอกคนตัวโต พร้อมกับถูไถจมูกไปมาอย่างที่ชอบทำ
"..คิดถึงห้องของเรา.. ที่มีแต่กลิ่นของเจสซี่.."
"ถึงได้กลับบ้าน ก็ต้องงดกิจกรรมของเราอยู่ดี คุณหมอสั่งห้ามทำเรื่องที่เสี่ยงต่อหัวใจรู้มั้ยหื้ม?" พูดจบก็บิดจมูกเล็กๆของลูกแมวขี้อ้อนตรงหน้า.. ให้ตายเถอะ กลายเป็นคนลามกขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
"..น่าเสียดายจัง คิกคิก" หัวเราะคิกคักเมื่อโดนจมูกโด่งของเจสซี่ไล่ไปตามพวงแก้ม
"ไม่ต้องเลย ขืนไทกะเป็นอะไรขึ้นมา คุณพ่อของไทกะได้มาแหวกอกฉันตายกันพอดี" ยังจำได้ดีถึงตอนที่พ่อของคนตัวบางมาถึงที่โรงพยาบาลคืนนนั้น
นึกภาพแล้วก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมายังไงก็ไม่รู้..!!
"คุณพ่อออกจะใจดี.."
"ก็ใจดีแค่กับไทกะคนเดียวนั่นแหละ"
"คิกคิก.. คงงั้นแหละ.." จูบเข้าที่ปลายคางคนตัวสูงอย่างทุกครั้งที่ชอบทำเป็นการปลอบโยน
"นี่.. สัญญานะ ว่าหลังจากนี้ถ้ามีเรื่องอะไรไทกะจะบอกกับฉันทุกเรื่อง.." ประคองใบหน้าหวานไว้ในมือ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวย หน้าผากแนบชิดกันจนได้ยินถึงเสียงลมหายใจของซึ่งกันและกัน
"อื้อ.. สัญญา.." คนตัวบางครางออกมาอย่างทุกๆครั้งที่รู้สึกพอใจ หลังจากที่เขารับได้จูบหนักๆที่ริมฝีปากจากอีกคน
"ดีมาก..แมวน้อย.."
"ไม่ใช่แมวสักหน่อย.."
"หึหึ.. นี่ไทกะ.. เจสซี่รักไทกะนะ.."
"ไทกะเอง.. ก็รักเจสซี่เหมือนกัน"
.
.
.
.
*END♥
ฟิคชั่ววูบที่แต่งขึ้นมาจากทฤษฎี “หนุ่มหมา สาวแมว” ของญี่ปุ่น 555555555
เป็นฟิคที่อารมณ์ค่อนข้างจะแปรปรวน(?) ขนาดแต่งเองยังรู้สึกงงเอง ตามตัวละครไม่ทัน
ฟิคน้องเหมียวเรื่องนี้ นายเอกเราค่อนข้างลามก แต่พระเอกเราหื่นกว่าเนอะ เอะอ่ะฟัดเอะอ่ะฟัด 555555
สำหรับเรื่องนี้ยังมีภาคคู่ขนานอยู่นะฮับ แต่จะแต่งออกเมื่อไหร่นั่นก็อยู่ที่เวลาว่างและอารมณ์ในการบิ้ว(เลวมาก)
ยังไงก็ขอฝากไว้ในอ้อมใจอีกเรื่องนะฮับ เม้นโหวตติชมกันได้ อิ๊! แล้วเจอกันใหม่ในตอนหน้านะฮว๊าบบบ ฮริ้งง